งานศิลปะของผม

โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบงานศิลปะ  ชอบดูภาพวาดของพวกศิลปินระดับโลก  ยกตัวอย่างเช่น   ภาพวาดของอาจารย์ถวัลย์  ดัชนี  ภาพวาดของศิลปินผู้โดดเดียวและอ้างว้างอย่าง Vincent Willem van Gogh  หรือที่คนไทยเรียกท่านแวนโก๊ะ  ไปอ่านอัตชีวประวัติของท่านช่างเต็มไปด้วยความขรุขระบนทางเดินแห่งชีวิต  แต่ผลงานของท่านไม่ธรรมดา แต่น่าเสียดายศิลปินเก่งๆหลายท่านมักไม่ได้เสพความสุขจากการขายภาพวาดของตน  เพราะภาพวาดมักมีราคาตอนที่พวกเขาตายลงไปแล้วแวนโก๊ะก็เช่นเดียวกัน  ผมชื่อชอบพวกนี้มาก   นอกจากภาพวาดแล้วผมยังชื่นชอบพวกวรรณกรรมจำพวกกาพย์กลอนและพวกโคลงต่างๆ  โดยเฉพาะวรรณกรรมของ กวีผู้ยิ่งใหญ่อย่างท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ ใครที่ไม่เคยอ่านผลงานของท่านไม่ต่างกับชายหนุ่มที่เกิดมาแล้วไม่เคยได้ยลโฉมสาวงามเลยแม้แต่ครั้งเดียว  ผลงานของท่านนั้นล้ำลึก กระแทกกระทั้น ทิ่มแทงเข้าไปข้างในหัวใจพาให้จินตนาการอ่านแล้วจะเคลิ้มหลงลืมทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งลมหายใจของตัวเอง  ใครอยากอ่านผลงานของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ ก็ค้นหาอ่านได้ตาม google เลยครับมีให้อ่านมากมาย อีกท่านหนึ่งที่เป็นกวีชั้นยอดของโลกเคยได้รับรางวัลโนเบลด้วยมั้งถ้าจำไม่ผิด  ผลงานงานเขียนของท่านจะออกแนวไปทางปรมัตหลุดจากความปถุชนมุ่งไปให้ถึงดินแดนของพระเจ้า  ท่านนั้นก็คือ  รพินทรนาถ ฐากุร   ท่านเป็นใครมาจากไหนไม่ขอพูดถึง อยากอ่านประวัติท่านก็ค้นหาได้ตาม google ครับ ผลงานบางส่วนของท่านที่ผมชื่นชอบ เช่น

” หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง…และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน ลืมตาขึ้นแล้วมองดู พระเจ้ามิได้ประทับอยู่เบื้องหน้าท่านเลย
                  พระองค์สถิตอยู่ ณ ที่ซึ่งชาวนากำลังไถท้องทุ่งอันแข็งกระด้าง และคนทำถนนกำลังระดมแรงทุบก้อนหินให้แตก พระองค์ทรงอยู่กับพวกเขาท่านกลางเปลวแดดและสายฝน เส้นผมที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่น จงถอดอาภรณ์ที่แสนสะอาดของท่านออก แล้วก้าวลงไปยังแผ่นดิน ที่คละคลุ้งไปด้วยละอองธุลีบ้าง”

เห็นไหมครับว่าลึกล้ำมาก  อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงอรรถรสและแสดงถึงความเป็นอัจฉริยภาพของคนแต่งด้วย

เนื่องจากชอบอ่านพวกนี้พออ่านแล้วอารมณ์ก็พาไป  ร่ายรำแสดงท่วงท่าออกมาเป็นบทกลอน  อาจจะไม่ใช่ถึงระดับงานศิลปะ แต่การมีอารมณ์สุนทรีย์จะทำให้เรานั้นสุขภาพจิตดีและอายุยืนเขาว่ากันอย่างนั้น  ผมแต่งพวกกลอนและบันทึกเอาไว้จากการอ่านหนังสือพวกนี้  ยกตัวอย่างที่ผมแต่งเอาไว้ อ่านสนุกๆนะครับอย่าไปคิดมาก  พวกงานศิลปะมีอยู่กับมนุษย์ทุกเผ่าพันธ์ุอยู่แล้ว  อยู่ที่ว่าจะอยู่ลึกขนาดไหนจะขุดมันออกมาได้เมื่อไร  และแสดงออกในรูปแบบใดล้วนแล้วแตกต่างและไม่เหมือนกันแต่ที่เหมือนกันอยู่อย่างเดียวคือ งานศิลปะมันช่วยทำให้โลกนี้ไม่ใช่เป็นเพียงก้อนดินโง่ๆที่ลอยเคว้งอยู่บนอวกาศแต่มันแสดงถึงความเป็นอารยะของชนเผ่ามนุษย์ของเรา  เอาละกลอนนี้แต่งไว้นานแต่งสนุกๆเพื่อความเพลิดเพลินอารมณ์เฉยๆ

เวลาว่างๆ นอกจากจะเขียนบทความ อ่านหนังสือ ออกกำลังกายเตะบอลแล้ว ในหัวผมมักจะขบคิดเรื่อง บางที่ก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะนำมาคิด แต่ก็อยากที่จะคิดเพราะต้องการคำตอบ แต่คำตอบที่ออกมา จะอยู่ในรูปของกลอน เพราะส่วนตัวก็ชอบอ่านพวกคำคมคำกลอนอยู่แล้ว ก็เลยลองแต่งกลอนดูบ้าง จริงๆแต่งไว้เยอะแต่เขียนไว้ตามเศษกระดาษทิ้งบ้างหายบ้าง หลังๆก็รูสึกเสียดายเหมืนอนกัน น่าจะเก็บไว้อ่านตอนแก่ตัว  กลอนที่ออกมาก็แล้วแต่อารมณ์ว่าตอนนั้นมีอารมณ์ เช่นไร เป็นต้นว่า

เห็นสาวๆสวย น่ารัก ก็ด้นออกมาเป็นกลอน

ฤๅเทวา ส่งเธอ  มาจุตติ

งานน่าพิศ ไร้ที่ติ  ครหา

ผิวดั่งทอง งามดั่งหงส์  แม่นงครา

คะนึงหา แม้ชีวา  นั้นวายปราณ

 

อารมณ์เหงาคิดถึงบ้านนอก ในที่ที่เราจากมา

อยู่ดงพงไพร   ไร้สีแสง

มีแมลงหิ่งห้อย     ส่องเวหา

กลางคืน   จุดเทียนท่องตำรา

ถามหาหยูกยา  นั้นหรือคือสมุนไพร

เสียงเพลงบรรเลง  คือเสียงนก

ลมตกเย็นสบาย  กายเย็นฉ่ำ

สวดมนต์ก่อนนอน  ท่องประจำ

ราตรีหลับฝัน   นิรันทร์เอ่ย

 

หรือว่าจะเป็นอารมณ์ขี้เกียจอยู่เวรเข้าทำงานก็สามารถด้นออกมาเป็นกลอนเช่นกันคับ….เป็นต้นว่า

เวรแล้วเวรเล่า   เราอยู่เวร
วกวนเวียนมา  เวรของเรา
เวรเช้าเวรเพล   เกณฑ์มาเข้า
เช้าสายบ่ายเรา   เข้าอยู่เวร

หรืออาจจะเป็นกลอนล้อ….ล้อกลอน

ถึงโรงเรียน  มีนักเรียนเป็นโขยง

มีคันโพงผูกธง  ไว้ปลายเสา

โอ้บาปกรรม  มาสายอีกแล้วเรา

เดินหน้าเศร้า  เข้าห้องพบผอออ…

ตอนนี้กำลังรวบรวมอยู่ว่าเขียนไว้ตรงไหนบ้าง กำลังจะค้นถังขยะเพราะมันอาจจะอยู่ตามถังขยะนี่แหล่ะเขียนไว้ไม่ได้สนใจทิ้งบ้าง อะไรบ้าง น่าจะคิดได้เอามาเขียนเป็นบทความดีกว่า เอาดูตอนแก่ชรา…

อันนี้แต่งตอนไม่ชอบหน้าใครบางคน

เสแสร้งแกล้งทำ

ประหนึ่งดั่งกิ้งก่าเปลี่ยนสี

คิดคดทุรยศอัปรีย์เปรียบผีก็มิปาน

ทุกเช้าค่ำนั่งนอนไม่ทำงาน

มีใจเป็นพาลระรานนินทา

89 Views